TTB คาดปีนี้สินเชื่อโต 3% NPL ไม่เกิน 2.9% ตั้งเป้าดันโมบายล์แบงกิ้งขึ้นท็อป 3 ในไทย
"ทีเอ็มบีธนชาต" หรือ TTB คาดปี 66 สินเชื่อเติบโต 3% และ NPL ไม่เกิน 2.9% เตรียมพร้อมรับหนี้เสีย หลังมาตรการช่วยเหลือ ธปท.หมดลง พร้อมตั้งเป้าพัฒนายกระดับโมบายล์แบงกิ้ง ttb touch อยู่ในท็อป 3 ของประเทศไทยจากฐานลูกค้าที่มี 10 ล้านคน มองเงินบาทไทยผันผวนน้อยลง อานิงส์ท่องเที่ยวฟื้น แต่ยังต้องจับตาแรงกดดันดอกเบี้ยในต่างประเทศ แนะผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก เตรียมรับมือปิดรับความเสี่ยง
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอ็มบีธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดแผนการดำเนินงานของบริษัท ว่า ในปี 2566 ธนาคารวางแผนสร้างความเปลี่ยนแปลง The Next REAL Change ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
-Synnergy Realization ใช้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการ ที่ปัจจุบันมีลูกค้ามากขึ้นอยู่ที่ราว 10 ล้านคน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การควบรวมกิจการทำให้ประหยัดต้นทุน เปิดโอกาสลงทุนใหม่ๆ เนื่องจากได้ชดเชยค่าความเสียหายจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ไปหมดแล้ว
TTB ไตรมาส 2 กำไรโต 35.7% ที่ 3,438 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโต-สำรองลด
ดังนั้นต้นทุนความเสี่ยงจึงลดลงในปีที่ผ่านมา เหลือ 1.3% และหลังจากนี้ TTB จะต่อยอดธุรกิจสินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อPayday loan และประกันรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาวภาพคล่อง
-Digitalixation ใช้ความสามารถดิจิทัลยกระดับบริการ ธนาคารตั้งเป้าหมานให้ Digital Banking Platform อยู่ใน Top 3 ของประเทศไทย ด้วยทำให้การเงินลูกค้าดีขึ้น หากผลตอบรับดี ก็จะมีการบอกต่อ และจะได้มาร์เก็ตแชร์เพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงขยายความสามารถโมบายล์แบงกิ้งตัวใหม่ ttb touch ทั้งทดลองเพิ่มการแจ้งเตือนข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ ซึ่งทำให้มีการคลิก 3 แสนครั้ง ตั้งแต่เปิดตัว จากการทดลอง 5 แสนคน แลพธนาคารจะเดินหน้าพัฒนาให้เป็น Digital-First Experience ซึ่งลูกค้าสามารถทำธุรกรรมส่วนใหญ่ได้ด้วยตนเอง ส่วนพนักงานจะคอยให้คำปรึกษา และคอยแนะนำบริการต่างๆ
-Ecosystem Play สร้างการเติบโตชีวิตทางการเงินของลูกค้าบัญชีเงินเดือนจากฐานลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร โดยเน้น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าเงินเดือน กลุ่มคนมีรถ และกลุ่มคนมีบ้าน
ด้วยการหาความต้องการของลูกค้า และช่วยจัดการบริหารทางการเงินในเรื่องที่สำคัญ เช่น จ่าน-เช็คยอดสินเชื่อรถ ต่อประกันภัยรถยนต์และ พรบ. ค้นโปรโมชั่นการดูแลรถ จัดการภาษี วางแผนลดหย่อยภาษี ผ่านโมบายล์แบงกิ้ง ttb touch เป็นต้น ซึ่งในปี 65 ได้เปิดใช้ฟีเจอร์ My car จ่ายค่าปรับ เติมเงินบัตรทางด่วน และในปี 66 จะมีการเปิดใช้ ฟีเจอร์ Roddonjai การจัดการเรื่องรถยนต์, Mytax ยื่นภาษี เชื่อมกับกรมสรรพากร, My Work ทำให้ลูกค้าเงินเดือนดีขึ้น, My home การจัดการเรื่องบ้าน
ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาหนี้สูง ถือเป็นปัญหาระดับชาติ และบุคคล คงต้องให้รัฐบาลแก้ไข แต่เรามองว่าการมีเดือนที่มั่นคงเป็นดาบ 2 คม ซึ่งจะเข้าถึงหนี้ได้ง่าย เราจึงอยากแก้หนี้ของคนกลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในช่วงโควิดที่ผ่านมา พบว่าเราสามารถช่วยได้จริง
นายปิติ ระบุอีกว่า TTB ยังไม่มีแผนลงทุนก่อตั้งธนาคารไร้สาขา เนื่องจากแผนการดำเนินงานในปัจจุบันกำลังนำไปสู่ธนาคารไร้สาขาในอนาคต สิ่งที่ธนาคารจะต้องทำคือ สร้างโปรดักดิจิทัลเป็นของตัวเอง
สำหรับเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อในปีนี้ ธนาคารคาดว่าจะเติบโต 3% แต่อย่าไรก็ตามไม่ได้อยู่ในเป้าหมายของธนาคาร เนื่องจากไม่มีผลต่อกำไร และถ้าสินเชื่อถ้าเติบโตมากเกินไป ก็จะทำร้ายประเทศชาติ ทำให้คนเป็นหนี้มากขึ้น และไม่ได้ทำให้ลูกค้าดีขึ้น
ขณะที่ NPL ปี 66 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% เพิ่มขึ้นจากปี 65 ที่ 2.7% เพราะเชื่อว่าจะเริ่มมีลูกค้าที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงต้องปล่อยเป็นหนี้เสีย รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท. ใกล้จะจบลงในสิ้นปีนี้ ดังนั้นธนาคารต้องเตรียมรับมือกับลูกค้าที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ อย่างไรก็ตาม TTB ได้บริหารจัดการเตรียมพร้อมรับมือเรื่องนี้มาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านแล้งจากการรวมกิจการ ดังนั้นคาดว่าอาจไม่ต้องตั้งสำรองจำนนมาก
ส่วนเรื่องเงินบาท มองว่าปีนี้จะไม่ผันผวนสูงเหมือนปีที่ผ่านมา หลังเงินต่างประเทศเริ่มไหลเข้าไทย แต่ยังคงมีความกดดันจากดอกเบี้ยในต่างประเทศและราคาน้ำมันที่ยังสูงอยู่ถือเป็นความท้ายทานในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้เงินกระเป๋าคนไทยก็จะลดง
แต่อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทยเริ่มฟื้นตัวแล้ว ดังนั้นรายได้ก็จะเข้ามามากขึ้น คาดว่าน่าจะส่งผลดีต่อคนทั่วไป แต่ในด้านภาคส่งออกยังคงมีความท้าทาย หลังทั้งโลกนำเข้าลดลง ดังนั้นผู้ประกอบการควรปิดความเสี่ยงนี้ไว้
สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในไทยมองว่า อาจไม่ได้ขึ้นรุนแรงเหมือนต่างประเทศมากนัก แต่ยังต้องจับต่างมาทั่วโลก เนื่องจากจะส่งผลต่อกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB